Home > หนอนหนังสือ > [book] การตลาด 2.1 – จากทฤษฏีสู่การนำ Social Media ไปใช้จริง

[book] การตลาด 2.1 – จากทฤษฏีสู่การนำ Social Media ไปใช้จริง

ล้อฟรี ขอเปิดเป็นอีก 1 หมวดแล้วกันนะครับสำหรับการแนะนำหนังสือที่ผมอ่านจบ ทุกเล่มที่ผมเขียนถึง (และกำลังจะมีอีกในเร็ววัน) เกิดจากความอยากในการอ่านทั้งสิ้น เล่มไหนดี เล่มไหนไม่ดี ขออนุญาตจัดหนักโดยไม่บอกให้เจ้าของหนังสือเค้ารู้ (ล้อเล่นนะครับ) ทุกอย่างจะบอกไปตามความรู้สึกส่วนตัวของผมหลังจากได้อ่านจบแล้ว โดยจะไม่มีการเขียนถึงหากไม่ได้อ่านด้านในสักตัวอักษร และไม่หลับหูหลับตาอวยแบบไร้เหตุผล
ผมขอสัญญา(คุณากร)ครับ

เมื่อปีที่แล้ว ผมเคยพูดถึงหนังสือเล่มนึงของพี่ทั้งสองที่ผมรู้จักและนับถือบนทวีตภพ (สังคมคนเล่น Twitter) ชื่อว่าพี่ @mimee และพี่ @tuirung ซึ่งพี่ทั้งสองเขียนหนังสือ การตลาด 2.0 และผมก็ได้เขียนแนะนำไปแล้วในบลอค การตลาด 2.0 – หนังสือ Marketing บน Social Network ที่น่าอ่าน

หลังจากที่พี่ทั้งสองไปโลดแล่นใน Thumbsup.in.th อยู่พักนึง ตอนนี้พี่ทั้งสองก็ได้คลอด(ผมหมายถึงหนังสือนะ) ผลงานล่าสุด ซึ่งเป็นภาคต่อของเล่มที่แล้ว นั่นคือ การตลาด 2.1 ประยุกต์ใช้โซเชียลมีเดียอย่างไรให้ตรงกับงาน

ขอเล่าคร่าวๆ ว่า การตลาด 2.0 จะเป็นการแนะนำเครื่องมือต่างๆ ใน Social Media หรือ Social Network ที่มีอยู่ ณ เวลานั้น ว่าคืออะไร มีอะไรบ้าง ใช้กันอย่างไร และตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่เราได้อ่านกัน

แต่พอมาเป็น การตลาด 2.1 จะเป็นการบอกถึงวิธีการที่จะนำเครื่องมือต่างๆ จากที่พูดถึงใน 2.0 เอามาใช้งานจริงๆ หล่ะ

ถ้าเปรียบเทียบก็คือ 2.0 เหมือนเราเรียน Lecture วิชาเคมีในห้องเรียน แต่ 2.1 เหมือนเราลงมือต้องทำ Lab ต้องผสมสารเคมีต่างๆ ที่ชื่อว่า Social Media ด้วยตัวเองในห้อง Lab โดย Lab นั้นก็คือบริษัทของเรา และนอก Lab ก็คือตลาดจริงที่เราจะต้องลงไปสู่สนามนั่นเอง

สำหรับเนื้อหาในเล่มนั้นจะมีการบอกตั้งแต่ถึงการสร้างแบรนด์ของเรา การรักษาแบรนด์ การขายสินค้า การหาลูกค้าเพิ่ม จนไปถึงการรักษาฐานลูกค้าเดิมของเรา โดยใช้ Social Media ที่มีอยู่ตอนนี้

ถามว่าเดี๋ยวนี้ใน Facebook ไม่ว่าร้านไหนก็มี Page (หรือแต่ก่อนเรียกว่า Fanpage) เพราะมันทำง่าย และที่สำคัญฟรี แต่ก็มี brand เพียงไม่กี่ Page ที่สามารถเข้าถึงใจลูกค้า น้อยร้านที่จะสามารถบริหารได้ถูกจุด ซึ่งจุดนี้ใน การตลาด 2.1 มีให้ได้ศึกษาวิธีการพร้อมตัวอย่างและกรณีศึกษาที่มีและเกิดขึ้นจริงๆ

และหลายคนคงจะเข้าใจว่า ร้านหรือบริษัทต่างๆ คงทำการตลาดเพื่อโปรโมทผ่านแต่ใน Facebook เพียงอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้ว มีที่อื่นเยอะแยะครับ และละเอียดลึกซึ้งมากๆ ซึ่งถ้าไม่ใช่คนที่ดูแลด้านนี้โดยตรงคงไม่รู้ว่ามันมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะแยะมากจริงๆ โดยในการตลาด 2.1 เล่มนี้ก็จะมาบอกครับว่าทุกวันนี้มีอะไรบ้าง

ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ที่เราเจอและฮิตมากๆ เพราะตอบโจทย์คนชอบของถูก (ใครๆ ก็ชอบ) ในปัจจุบัน นั่นก็คือการซื้อ-ขาย Deal ต่างๆ ที่ตอนนี้ในไทยก็มีเวปหลายเวป ที่กระโดดเข้ามาทำเรื่องนี้ นี่ก็คือการทำการตลาดของ Brand ที่ขาย ซึ่งทำผ่านตัวกลาง นั่นคือบริษัทที่จัดขาย Deal นั่นเอง ผมไม่ขอพูดชื่อแล้วกันนะครับ เพราะรู้กันดีอยู่แล้ว (ผมก็โดนไปหลายพันแล้ว ฮ่าๆ)

พูดถึงตัวอย่าง หรือ Case Study ที่มีในเล่ม ต้องบอกว่า มัน เยอะ มาก จริงๆ พี่ทั้ง 2 ขยันหา Case ที่เกิดขึ้นและใช้งานกันจริงๆ ในโลกมนุษย์ใบนี้ให้เราได้อ่านกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นของฝรั่งอั่งม้อที่ล้ำหน้าของเราไปบ้างในแง่ของความคิด ส่วนฝั่งของไทยก็มีบ้างประปรายครับ ก็เพราะไทยเราเพิ่งจะเริ่มใส่การตลาดลงใน Social Media กันจริงๆ จังๆ กันเมื่อไม่นานนี้เอง

และส่วนที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด และผมเองชอบมากที่สุด ซึ่งเหมาะมากๆ สำหรับคนที่กำลังจะหยิบ Social Media มาปั้น Brand ของเรา หรือใช้มาแล้วพักนึงแต่ยังหาทิศทางในการทำต่อไม่เจอ นั่นก็คือบทสัมภาษณ์ของ 2 ธุรกิจไทย ที่ใช้ Social Media ในการสร้าง Brand เพื่อมาต่อยอดร้านได้ค่อนข้างสมบูรณ์มากๆ ได้แต่ร้านก๊วยเตี๋ยวเจ๊กเม้ง ที่เพชรบุรี ของไอซ์ @iczz (เคยออกรายการ SME ตีแตกแล้วด้วย) และ GTH ค่ายหนังโปรดของผมเอง (อย่าลืมพิจารณาที่ผมวิจารณ์ใน แกะกล่อง Suckseed ด้วยนะครับ v(^_^))

ตรงนี้เล่าเยอะไม่ได้ครับ เดี๋ยว Spoil แล้วพี่เค้าจะดุผมเอา ฮ่าๆ แต่ผมถือว่าเป็นบทสัมภาษณ์ที่คนสัมภาษณ์ “เฉาะฉึกฉึก” ในสิ่งที่ผมและคนส่วนใหญ่จะอยากรู้ว่าเค้าดึง Social Media มาใช้ยังไง แถมเรายังสามารถศึกษาพฤติกรรมของคนไทยจากบทสัมภาษณ์นี้อีกด้วย

…ประโยชน์เยอะมากจริงๆ ครับ กด Like +1 ไปหลายๆ ที ฉึกฉึก

ข้อเสนอมีนิดเดียวครับ บางคำในเล่มออกจะทับศัพท์ไปนิด เช่น Gimmick (หน้า 114) น่าจะมีการแปลความหมายหรือใช้ศัพท์ไทย (จริงๆผมเองก็ติดคำว่า Gimmick เหมือนกัน) หรือคำย่อในบางคำ น่าจะมีการใส่คำเต็มๆ ไปด้วยครับเผื่อคนสงสัยจะได้รู้เรื่องในเล่มเลย อย่างเช่น RSVP ย่อมาจากวลีที่ว่า Re’pondez s’il vous plait แปลว่า กรุณาตอบกลับด้วย เป็นต้น

บทสรุป

ตอนผมอ่านไปได้ 2 บทแรก ผมได้คุยกับพี่ @mimee บน twitter ว่า พี่ผมชอบมากเลยแค่อ่าน 2 บทแรก ผมก็รู้สึกได้ว่ามันมีมิติขึ้นกว่าเล่มแรกมากๆ ก็เพราะมาจากตัวอย่างที่เขียนออกมาเยอะแยะกว่าเดิมนั่นเอง ซึ่งมันทำให้ภาพที่เห็นมันชัดกว่าเดิม (พี่ @tuirung อย่าน้อยใจไป เพราะผมรู้ว่าพี่เขียนบท 3 แน่ๆ ฮี่ๆ)

ใครคิดจะใช้ Social Media หรืออยากจะลองดูว่าเมืองนอกเค้าใช้กันถึงไหนแล้ว ผมแนะนำให้ลองไปซื้ออ่านกันดูนะครับ แต่ถ้า Social Media สำหรับบางท่านยังเป็นวุ้นอยู่ แนะนำให้อ่านทั้งการตลาด 2.0 และ 2.1 ทั้ง 2 เล่มดูครับ ผมค่อนข้างมั่นใจว่า คุณจะเห็นภาพของ marketing on Social Media ชัดกว่าเดิมมากๆ แถมยังเอามาประยุกต์กับร้านของเราได้ดียิ่งขึ้นครับ

ปล.ภาพนี้ถ่ายที่ร้านนายอินทร์ที่ตึกอื้อจือเหลียงวันที่ 12 ก.ค. 2554 นะครับ ^_^”

Advertisements
  1. July 13, 2011 at 12:00 pm

    ต้องหามาอ่านบ้างแล้วครับ น่าอ่านมาก

    • charathbank
      July 13, 2011 at 1:28 pm

      แค่ได้อ่านเคสต่างประเทศก็คุ้มแล้วครับ 🙂

  2. August 30, 2011 at 1:36 pm

    น่าสนใจมากค่ะ^^

    • charathbank
      August 30, 2011 at 1:54 pm

      แนะนำเลยครับผม ต้องอ่านทั้ง 2 เล่มเลยนะครับ

  1. No trackbacks yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: